Program Morpheus8 Burst

นวัตกรรมขั้นกว่าของ Micro-Needling RF ยกระดับผิวตึงกระชับ หน้าเรียว ไร้หลุมสิว แบบเจ็บน้อยลง

Morpheus8 Burst คืออะไร?

Morpheus8 Burst ไม่ใช่เครื่องมือใหม่ทั้งหมด แต่เป็น เทคโนโลยีการปล่อยพลังงานขั้นสูง (Advanced Energy Delivery Technology) ที่ถูกติดตั้งในเครื่อง Morpheus8 เจเนอเรชันล่าสุด โดยความพิเศษอยู่ที่ความสามารถในการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ออกมาเป็นชุดแบบหลายระดับความลึก (Multi-level/Multi-zone Energy Delivery) ในการกดหัวเข็มเพียงครั้งเดียว!

ในโหมดทั่วไป (Standard Mode) ของ Morpheus8 รุ่นเดิม เมื่อเข็มทิ่มลงไปในผิวหนัง ตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานออกมาระดับลึกเพียงระดับเดียวต่อการกด 1 ครั้ง หากแพทย์ต้องการรักษาหลายชั้นผิว (เช่น สลายไขมันชั้นลึก และกระตุ้นคอลลาเจนผิวชั้นบน) แพทย์จะต้องทำการกดซ้ำๆ ในบริเวณเดิมด้วยความลึกที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บมากขึ้นและใช้เวลาทำนาน

แต่สำหรับ Morpheus8 Burst ตัวเครื่องจะยิงพลังงานออกมาเป็นชุด (Burst) อย่างรวดเร็วในระดับมิลลิวินาที โดยพลังงานจะถูกกระจายลงลึกไปในชั้นผิวที่แตกต่างกันตั้งแต่ชั้นลึกสุดไปจนถึงชั้นตื้น (เช่น ชั้นไขมัน -> ชั้นหนังแท้ลึก -> ชั้นหนังแท้ตื้น) ในการปักเข็มลงไปเพียงรอบเดียว

เจาะลึกกลไกการทำงานแบบ Burst Mode

กลไกการปล่อยพลังงานของ Morpheus8 Burst เปรียบเสมือนการทำงานแบบ “3 in 1” ในการส่งพลังงานลงสู่ผิวหนัง โครงสร้างการส่งพลังงานแบ่งออกเป็นชั้นๆ ดังนี้:

ระดับลึกสุด (Deep Phase): เข็มทองคำจะแทงลงลึกสุด (สูงสุด 4-7 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับหัวทิปและบริเวณที่ทำ) พลังงาน RF จะถูกปล่อยออกมาครั้งแรกเพื่อ สลายเซลล์ไขมันส่วนเกิน และหดรัดพังผืดที่ยึดเกาะผิว (Fibroseptal Network – FSN) ช่วยให้หน้าเรียวเล็ก กรอบหน้าชัด

ระดับกลาง (Mid Phase): ในขณะที่เข็มกำลังจะถอนตัวกลับ พลังงานชุดที่สองจะถูกปล่อยออกมาในระดับชั้นหนังแท้ส่วนลึก เพื่อ กระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและยกกระชับขึ้น

ระดับตื้น (Shallow Phase): ก่อนที่เข็มจะหลุดพ้นจากผิว พลังงานชุดสุดท้ายจะถูกปล่อยออกมาในชั้นหนังแท้ส่วนบน เพื่อ ปรับสภาพผิวภายนอก (Skin Resurfacing) รักษาหลุมสิว ริ้วรอยตื้นๆ และช่วยให้รูขุมขนกระชับผิวเรียบเนียน

เปรียบเทียบความต่าง: Morpheus8 Burst vs Morpheus8 (Standard Mode)

ปัญหาผิวแบบไหนที่ Morpheus8 Burst แก้ไขได้ดีที่สุด?

เนื่องจากเทคโนโลยีนี้สามารถทำงานได้ครอบคลุมทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นไขมันลึกจนถึงผิวชั้นบน จึงสามารถแก้ปัญหาผิว (Face & Body) ได้อย่างครอบคลุม:

ปัญหาผิวหน้าและลำคอ (Face & Neck)

  • แก้มห้อย เหนียงย้วย: สลายไขมันสะสมบริเวณกระพุ้งแก้มและใต้คาง พร้อมยกกระชับผิวเหนียงให้ตึง คอเรียวสวย
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่นตามวัย: รักษาริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องมุมปาก รวมถึงริ้วรอยบริเวณลำคอ (Neck Lines)
  • ปัญหาหลุมสิวลึกและกว้าง: พลังงาน RF ในระดับตื้นจะช่วยตัดทำลายพังผืดหลุมสิว และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน: ปรับพื้นผิวหน้า (Skin Texture) ให้ละเอียด เนียนนุ่ม และดูสม่ำเสมอ
  • รอยแผลเป็นและรอยดำ: ช่วยผลัดเซลล์ผิวและซ่อมแซมผิวที่เสียหายจากรอยแผลเป็น

ปัญหาผิวบริเวณลำตัว (Body Contouring)

  • ผิวหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังคลอดบุตร: ช่วยดึงรัดผิวหน้าท้องที่ย้วยให้กลับมาตึงกระชับ
  • เซลลูไลท์และผิวเปลือกส้ม: สลายไขมันและจัดเรียงพังผืดต้นขา สะโพก และต้นแขนให้เรียบตึง
  • รอยแตกลาย (Stretch Marks): รักษารอยแตกลายบริเวณสะโพก หน้าท้อง หรือต้นขาให้ดูจางลง

5 เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณต้องเลือกทำ Morpheus8 Burst

ทำไมโปรแกรม Xerf ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในตอนนี้? (ข้อดีของ Xerf)

“ประสิทธิภาพที่ลึกกว่า แต่สบายผิวกว่าเดิม” นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไข้และแพทย์ทั่วโลกปันใจให้เทคโนโลยี Burst:

1) เจ็บน้อยลง สบายผิวขึ้น (Enhanced Comfort)

นี่คือข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะการยิงเพียง 1 ครั้งแต่ได้ผลลัพธ์ถึง 3 ชั้นผิว หมายความว่าแพทย์ไม่ต้องยิงซ้ำๆ บนผิวจุดเดิมหลายๆ รอบ ความร้อนสะสมจึงไม่พุ่งสูงจนทนไม่ไหว ผสานกับการแปะยาชาอย่างถูกวิธี ทำให้การทำ Morpheus8 Burst เป็นเรื่องที่ชิลกว่ารุ่นเดิมมากครับ

2) ผลลัพธ์แบบองค์รวม (Total Skin Transformation)

คุณไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะ “ลดไขมันให้หน้าเรียว” หรือ “ยกกระชับผิว” หรือ “รักษาหลุมสิว” เพราะระบบ Burst จัดการให้คุณพร้อมกันในช็อตเดียว ใบหน้าจึงดูเล็กลง ผิวตึงขึ้น และเนียนละเอียดขึ้นพร้อมๆ กัน

3) ประหยัดเวลาในการรักษา (Time-Saving)

ด้วยความเร็วในการปล่อยพลังงานเป็นชุด ทำให้ระยะเวลาที่คนไข้ต้องนอนทำหัตถการลดลงไปกว่าครึ่ง เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย หรือไม่ชอบนอนทำทรีตเมนต์นานๆ

4) ปลอดภัยสูง แม่นยำด้วยระบบ AI

ตัวเครื่องมีระบบตรวจสอบแรงต้านของผิวหนัง (Impedance Monitoring) แบบเรียลไทม์ ทำให้พลังงานคลื่นวิทยุที่ปล่อยออกมามีความเสถียร สม่ำเสมอ ไม่เสี่ยงต่อการไหม้หรือผิวพอง ปลอดภัยกับทุกสีผิว (รวมถึงผิวสองสีหรือผิวเข้ม) โดยไม่ทำให้เกิดรอยดำหลังทำ (PIH)

5) พักฟื้นสั้นลง (Minimal Downtime)

เนื่องจากเนื้อเยื่อผิวได้รับความบอบช้ำน้อยลงจากการไม่ต้องยิงซ้ำ หลังทำผิวจึงอาจมีเพียงรอยแดงและสะเก็ดขนาดเล็กคล้ายฝุ่นผง ซึ่งจะแห้งและหลุดลอกออกไปเองภายใน 2-3 วัน เร็วกว่ารุ่นเดิมเกือบเท่าตัว

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวหลังทำเพื่อผิวปังขั้นสุด

การเข้ารับบริการโปรแกรม Xerf นั้นง่ายและสะดวกมาก โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • งดการทำเลเซอร์รุนแรง หรือการขัดผิวหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  • หากมีการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) หรือฟิลเลอร์ (Filler) ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนมาทำ Xerf (ควรปรึกษาแพทย์)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้น พร้อมรับพลังงานความร้อน

ขั้นตอนระหว่างการทำ

  1. ปรึกษาแพทย์: แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาผิว และกำหนดจำนวนช็อต (Shots) หรือพลังงานที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดผิว: เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกให้หมด
  3. ทาเจลสื่อนำ (Conductive Gel): ทาเจลใสสูตรพิเศษบนผิวหน้า เพื่อเป็นตัวกลางให้คลื่น RF ส่งผ่านลงลึกสู่ชั้นผิวได้อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ
  4. เริ่มขั้นตอนการยิง: แพทย์จะใช้หัว Applicator นวดและยิงพลังงานไปตามบริเวณที่มีปัญหา เช่น แก้ม เหนียง หน้าผาก ระหว่างทำแพทย์จะคอยสอบถามระดับความอุ่นอยู่ตลอดเวลา (ใช้เวลาทำประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ)
  5. ทำความสะอาดผิวหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดเจลออก และทาครีมบำรุงพร้อมครีมกันแดด

รีวิวจากลูกค้า

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่เฉพาะลักษณะบุคคล)

FAQ

Q: ทำ Morpheus8 Burst กี่ครั้งถึงเห็นผล? และอยู่ได้นานแค่ไหน?

A: สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องความกระชับได้ตั้งแต่ 3-4 สัปดาห์แรกหลังทำครั้งแรก และผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดในเดือนที่ 2-3 เนื่องจากคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นเต็มที่ แนะนำให้ทำอย่างน้อย 1-3 ครั้ง (ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์) ผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลครับ

Q: ระบบ Burst เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวไหม?

A: เหมาะมากครับ เพราะในขณะที่เข็มทองคำลงไปรักษาพังผืดหลุมสิวลึก พลังงาน Burst ชุดสุดท้ายจะถูกปล่อยที่ผิวชั้นบนเพื่อซ่อมแซมและกระตุ้นการเรียงตัวของเนื้อผิวใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างรวดเร็วและผิวหน้าเนียนละเอียดขึ้น

Q: หลังทำเสร็จผิวจะเป็นอย่างไร ต้องพักฟื้นนานไหม?

A: หลังทำเสร็จทันที ผิวจะมีอาการบวมแดงระเรื่อและรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิว อาการแดงจะค่อยๆ ลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง และอาจมีสะเก็ดเล็กๆ ในวันที่ 2-3 ซึ่งสามารถแต่งหน้ากลบได้หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้ว โดยรวมถือว่าใช้เวลาพักฟื้นสั้นมาก (Downtime น้อย) คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ไว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save