Program Xeaf
Xerf นวัตกรรมยกกระชับผิวใหม่ล่าสุด ผิวแน่น หน้าเรียว ไม่เจ็บ
เทรนด์การดูแลผิวพรรณในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การมีใบหน้าที่เรียววีเชป (V-Shape) ผิวพรรณที่เต่งตึง กระชับ และดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และเหนียงใต้คางก็เริ่มตามมา
โปรแกรม Xerf คืออะไร? ทำความรู้จักนวัตกรรมใหม่ล่าสุด
โปรแกรม Xerf (เซิร์ฟ) คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่มีบาดแผลหลังทำ ตัวเครื่องทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) แบบพิเศษลงลึกสู่ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน และเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
จุดเด่นที่ทำให้ Xerf แตกต่างจากเครื่องยกกระชับในท้องตลาดทั่วไป คือ การพัฒนาซอฟต์แวร์และหัวยิง (Applicator) ให้สามารถกระจายพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอ แม่นยำ และมีระบบทำความเย็น (Cooling System) ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลาย สบายผิว ไม่เจ็บปวดเหมือนเทคโนโลยียกกระชับยุคเก่า
กลไกการทำงานของ Xerf
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โครงสร้างผิวของคนเราเปรียบเสมือนบ้านที่มี “คอลลาเจน” เป็นเสาเข็ม คอยค้ำจุนให้ผิวเต่งตึง เมื่อเวลาผ่านไปเสาเข็มเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพและหักงอ ทำให้ผิวเกิดการยุบตัวและหย่อนคล้อย
โปรแกรม Xerf จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยกลไก 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:
1. การส่งพลังงานความร้อนที่แม่นยำ (Targeted Thermal Energy)
ตัวเครื่องจะปล่อยคลื่น RF ลงไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) พลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นคอลลาเจน โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง
2. การหดตัวทันทีของเส้นใยคอลลาเจน (Immediate Collagen Contraction)
เมื่อความร้อนสัมผัสกับเส้นใยคอลลาเจนเก่าที่ย้วยหรือเสื่อมสภาพ จะทำให้เส้นใยเหล่านั้นเกิดการหดตัวทันที ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์เรื่องผิวแน่นกระชับขึ้นทันทีหลังทำเสร็จ
3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)
ความร้อนที่ส่งลงไปจะไปส่งสัญญาณเตือนให้ร่างกายรู้ว่าต้องซ่อมแซมผิว บริเวณนั้นจะเกิดการกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) ขึ้นมาใหม่จำนวนมากอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 1-3 เดือน ส่งผลให้ผิวค่อยๆ แน่น ฟู และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Xerf ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรได้บ้าง?
โปรแกรม Xerf เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวเหนื่อยล้าและหย่อนคล้อยตามวัย ดังนี้:
- แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย (Skin Laxity): ช่วยยกกระชับแก้มที่ห้อย ถุงใต้ตา และเหนียงใต้คางให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น
- ปรับรูปหน้าเรียว V-Shape: ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กและมีมิติมากขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction): ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องตื้น เช่น รอยตีนตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ให้ดูจางลง
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality Improvement): กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง สดใส และเรียบเนียน
- ยกกระชับผิวบริเวณลำคอ: ลดรอยเหี่ยวย่นบริเวณคอ (Neck Lines) หรือที่หลายคนเรียกว่า “คอเหี่ยวเป็นชั้น” ให้กลับมาตึงกระชับ
เปรียบเทียบโปรแกรม
ทำไมโปรแกรม Xerf ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในตอนนี้? (ข้อดีของ Xerf)
หากคุณกำลังชั่งใจว่าจะเลือกทำทรีตเมนต์ยกกระชับตัวไหนดี นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้โปรแกรม Xerf กลายเป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่และเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์:
1. เจ็บน้อย…จนแทบไม่รู้สึกเจ็บ
ข้อจำกัดของการยกกระชับในอดีตคือ “ความเจ็บ” หลายคนกลัวจนไม่กล้าทำซ้ำ แต่ Xerf ได้ทลายกำแพงนี้ด้วยระบบควบคุมพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง ร่วมกับเทคโนโลยีความเย็นที่หัวยิง ความรู้สึกระหว่างทำจะเหมือนการนวดหน้าด้วยหินอุ่นๆ สบายผิวจนบางคนสามารถหลับไปได้เลยระหว่างทำ
2. เห็นผลลัพธ์ทันทีบางส่วนและดีขึ้นเรื่อยๆ
หลังทำโปรแกรม Xerf คุณจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 10-20% เนื่องจากคอลลาเจนใต้ผิวหดตัวทันที ทำให้หน้าดูยกและกระชับขึ้น หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคอลลาเจนใหม่สร้างเสร็จสมบูรณ์
3. ไม่ต้องพักฟื้น (Zero Downtime)
หลังทำเสร็จ ผิวอาจจะมีอาการอมชมพูหรือแดงระเรื่อเล็กน้อยเนื่องจากความร้อนใต้ผิว แต่จะหายไปเองภายใน 15-30 นาที ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ คุณสามารถแต่งหน้า ไปทำงาน หรือออกงานสำคัญต่อได้ทันทีโดยไม่มีใครจับได้ว่าเพิ่งไปทำหน้ามา
4. ปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐานการรับรอง
เครื่อง Xerf ได้รับการพัฒนาและทดสอบทางคลินิกแล้วว่ามีความปลอดภัยต่อผิวพรรณ ไม่ทำให้ผิวไหม้หรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องแท้
ทำไมโปรแกรม Xerf ถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในตอนนี้? (ข้อดีของ Xerf)
การเข้ารับบริการโปรแกรม Xerf นั้นง่ายและสะดวกมาก โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:
การเตรียมตัวก่อนทำ
- งดการทำเลเซอร์รุนแรง หรือการขัดผิวหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- หากมีการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) หรือฟิลเลอร์ (Filler) ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนมาทำ Xerf (ควรปรึกษาแพทย์)
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้น พร้อมรับพลังงานความร้อน
ขั้นตอนระหว่างการทำ
- ปรึกษาแพทย์: แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาผิว และกำหนดจำนวนช็อต (Shots) หรือพลังงานที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิว: เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกให้หมด
- ทาเจลสื่อนำ (Conductive Gel): ทาเจลใสสูตรพิเศษบนผิวหน้า เพื่อเป็นตัวกลางให้คลื่น RF ส่งผ่านลงลึกสู่ชั้นผิวได้อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ
- เริ่มขั้นตอนการยิง: แพทย์จะใช้หัว Applicator นวดและยิงพลังงานไปตามบริเวณที่มีปัญหา เช่น แก้ม เหนียง หน้าผาก ระหว่างทำแพทย์จะคอยสอบถามระดับความอุ่นอยู่ตลอดเวลา (ใช้เวลาทำประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ)
- ทำความสะอาดผิวหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดเจลออก และทาครีมบำรุงพร้อมครีมกันแดด
FAQ
A: คุณจะเห็นผลลัพธ์ความกระชับทันทีหลังทำเสร็จประมาณ 10-20% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่คอลลาเจนใหม่เติบโตเต็มที่ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ตลอดไป แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง
A: หากทำด้วยเครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน และทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ โอกาสเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวมีน้อยมาก เนื่องจากเครื่อง Xerf มีระบบ Cooling System และเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยตัดพลังงานทันทีหากผิวมีความร้อนสูงเกินไป จึงมีความปลอดภัยสูงมาก
A: สามารถทำร่วมกันได้ครับ แต่แนะนำให้เรียงลำดับให้ถูกต้อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำโปรแกรม Xerf เพื่อยกกระชับและปรับสภาพผิวให้เข้าที่ก่อน จากนั้นจึงค่อยฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อเก็บรายละเอียด หากคุณเพิ่งฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์มา ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ Xerf เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนไปเร่งการสลายตัวของตัวยา
A: ราคาของโปรแกรม Xerf จะแตกต่างกันไปตามคลินิก, บริเวณที่ทำ (ทั่วหน้า, เหนียง, ลำคอ) และจำนวนช็อตที่ใช้ โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณหลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่นต้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับระดับพรีเมียมอื่นๆ



